The Importance of ESD

ความสำคัญของการป้องกันไฟฟ้าสถิตย์
ความสำคัญของการป้องกันไฟฟ้าสถิตย์

ไฟฟ้าสถิตหมายถึงประจุไฟฟ้าที่เกิดจากความไม่สมดุลของอิเล็กตรอนบนพื้นผิวของวัสดุ ความไม่สมดุลของอิเล็กตรอนทำให้เกิดสนามไฟฟ้าที่สามารถวัดได้และสามารถส่งผลต่อวัตถุอื่นได้แม้ในระยะไกล การคายประจุไฟฟ้าสถิตหมายถึงการถ่ายโอนประจุระหว่างวัตถุที่มีศักย์ไฟฟ้าต่างกัน

ความสำคัญของการป้องกันไฟฟ้าสถิตย์
ความสำคัญของการป้องกันไฟฟ้าสถิตย์

ประจุไฟฟ้าสถิตมักเกิดจากการสัมผัสและแยกวัสดุสองชนิด ตัวอย่างเช่น คนที่เดินบนพื้นจะสร้างไฟฟ้าสถิตย์เมื่อพื้นรองเท้าสัมผัสกันแล้วแยกออกจากพื้น ในลักษณะเดียวกัน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เลื่อนเข้าหรือออกจากถุง นิตยสาร หรือท่อจะสร้างประจุไฟฟ้าสถิตเนื่องจากตัวเรือนและสายโลหะของอุปกรณ์ทำให้เกิดการสัมผัสและการแยกตัวหลายครั้งกับพื้นผิวของภาชนะ แม้ว่าขนาดของประจุไฟฟ้าสถิตอาจแตกต่างกันในสองตัวอย่างนี้ แต่ไฟฟ้าสถิตจะถูกสร้างขึ้นในทั้งสองสถานการณ์

ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ

ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ
ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ

ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ
ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ

ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ
ถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตย์กับวัตถุไวไฟ

คุณสมบัติของพลาสติกป้องกันไฟฟ้าสถิตย์

เนื่องเป็นการเติมการปรุงแต่งเพื่อปรับสภาพค่าความต้านทานผิวของพลาสติกให้ลดต่ำลงแบบชั่วคราว ดังนั้นค่าความต้านทานผิวจะ ค่อยๆลดค่าและหมดไปภายใน 6เดือน)
-ค่าความต้านทานพื้นผิว (Surface Resistivity) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10^11 โอห์ม
-ค่าประจุไฟฟ้าสถิต < 100 โวลต์
-เป็นฟิล์มพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE)
-ผิวฟิล์มมีความมัน (Oily)และถ้าความหนาน้อยๆเช่นต่ำกว่า 0.05mm/ด้าน อาจเกิดอาการ Wet Blocking ค่อนข้างสูง จึงแนะนำที่ความหนามากกว่า 0.05mm ขึ้นไป
-ค่าเวลาในการลดประจุไฟฟ้าสถิต (Static Decay Time) ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังการผลิต
-ค่าความต้านทานพื้นผิวขึ้นกับอุณหภูมิ(temperature)และความชื้นสัมพัทธ์(Humidity) จากสิ่งแวดล้อม
-ผ่านการตรวจสอบสารต้องห้ามตามมาตรฐาน RoHS โดย SGS(Thailand)