

ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ซึ่งมีข้อดีหลัก 3 ประการดังนี้
- การป้องกันไฟฟ้าสถิต (Anti-Static Properties)
นี่คือหัวใจสำคัญของถุงชนิดนี้ครับ ตัวสาร ESD ที่ผสมลงไปจะช่วยลดการสะสมของประจุไฟฟ้าบนพื้นผิวพลาสติก ทำให้:
- ป้องกันความเสียหาย: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความไวสูง (เช่น แผงวงจร IC, ชิปเซ็ต) ไม่ถูกทำลายจากแรงดันไฟฟ้าสถิตที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งหรือการเคลื่อนย้าย
- ควบคุมค่าความต้านทาน: มักจะถูกควบคุมให้มีค่าความต้านทานพื้นผิว (Surface Resistivity) อยู่ในระดับ \bm{10^9} ถึง \bm{10^{11}} โอห์ม ซึ่งเป็นช่วงที่ช่วยถ่ายเทประจุได้อย่างปลอดภัย
- คุณสมบัติทางกายภาพที่ยืดหยุ่นและทนทาน
เนื่องจากพื้นฐานเป็นพลาสติก LDPE จึงได้รับจุดเด่นด้านความเหนียวมาเต็มๆ:
- ทนต่อการทิ่มแทง: มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ฉีกขาดง่ายเมื่อต้องบรรจุชิ้นส่วนที่มีมุมคม
- ความใส: แม้จะมีการผสมสาร ESD (ซึ่งมักจะออกมาเป็นสีชมพู หรือ Pink Poly) แต่ก็ยังมีความโปร่งแสงพอที่จะมองเห็นสินค้าภายในได้ ช่วยให้ตรวจสอบ Serial Number หรือลักษณะอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องเปิดถุง
- ความคุ้มค่าและการใช้งานที่หลากหลาย
เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ป้องกันไฟฟ้าสถิตประเภทอื่น (เช่น Shielding Bag ที่มีชั้นโลหะ):
- ต้นทุนต่ำกว่า: เหมาะสำหรับการใช้งานภายในโรงงาน (In-plant handling) หรือใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นในที่เน้นการป้องกันฝุ่นและไฟฟ้าสถิตเบื้องต้นในราคาประหยัด
- ป้องกันสิ่งปนเปื้อน: นอกจากเรื่องไฟฟ้าแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันฝุ่น ความชื้น และสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของงานประกอบชิ้นส่วนความละเอียด